top of page
Search

ทำไมตีกลองแล้วเสียงมือซ้าย–ขวาไม่เท่ากัน?

Writer: Dr.Kasem THipayametrakul
Dr.Kasem THipayametrakul
Sep 2
1 min read

 ทำไมตีกลองแล้วเสียงมือซ้าย–ขวาไม่เท่ากัน?



เคยไหมครับ? ฝึก Single Stroke ทุกวัน แต่พอลองเพิ่มความเร็วกลับรู้สึกว่า…


 มือขวาดัง แต่มือซ้ายเบา  บางครั้งเสียงออกมาไม่สม่ำเสมอ พอเล่นเร็ว ๆ เสียงเริ่มเละ  ยิ่งพยายามตีแรง ยิ่งรู้สึกว่าแขนและข้อมือเกร็ง


หลายคนคิดว่าเกิดจาก "มือข้างหนึ่งแข็งแรงกว่าอีกข้าง" แต่จริง ๆ แล้วปัญหาอาจอยู่ที่ วิธีการควบคุมไม้กลอง มากกว่ากำลังของมือครับ!


 1. สิ่งแรกที่ต้องเข้าใจคือ “Rebound”


เมื่อไม้กลองกระทบหนังกลอง ไม้จะเกิดแรงกระดอนกลับขึ้นมาเองตามธรรมชาติ (เหมือนการโยนลูกบอลลงพื้น)


เราไม่จำเป็นต้องยกไม้กลับขึ้นด้วยแรงของมือทั้งหมดทุกครั้ง เพราะสามารถอาศัยแรง Rebound ของไม้ช่วยส่งกลับขึ้นมาได้ แต่สิ่งที่เราต้องเรียนรู้คือ จะใช้ประโยชน์จากแรงกระดอนนั้น ส่งกลับไปเป็นจังหวะต่อไปได้อย่างไร


ถ้าเราควบคุม Rebound ได้ดี การตีจะรู้สึกเบา ลื่นไหล และต่อเนื่อง แต่ถ้าไม่เข้าใจ Rebound เรามักจะใช้วิธี “ตีลง–ฝืนยกขึ้น” ด้วยแรงตัวเองทุกครั้ง ทำให้เสียพลังงานโดยไม่จำเป็น และเมื่อความเร็วเพิ่มขึ้น มือเราก็จะไม่สามารถตามจังหวะได้ทัน


 2. หาตำแหน่งจับที่เหมาะสมกับ Rebound ให้เจอ


ตำแหน่งจับไม้ที่เหมาะสม ควรช่วยให้ไม้สามารถหมุนและกระดอนกลับได้อย่างเป็นธรรมชาติ ขณะเดียวกันผู้เล่นยังสามารถควบคุมไม้ได้อย่างมั่นคง โดยบริเวณ Fulcrum ทำหน้าที่เป็นจุดสำคัญในการควบคุมการเคลื่อนไหวของไม้



เมื่อหาตำแหน่งนี้เจอ วงจรการตีจะเปลี่ยนจาก:  ตี → เกร็ง → ฝืนยกไม้เอง → ตีใหม่ กลายเป็น...  ตี → ไม้กระดอน → ควบคุม → ส่งจังหวะต่อ


ความแตกต่างของการจับไม้ตรงจุดนี้ มีผลมหาศาลต่อการเล่นกลอง โดยเฉพาะเวลาที่ต้องเล่นโน้ตต่อเนื่องจำนวนมากด้วยความเร็วสูง ความแตกต่างของตำแหน่งจับและการควบคุมตรงนี้มีผลอย่างมากต่อประสิทธิภาพในการเล่น โดยเฉพาะเมื่อเล่นโน้ตต่อเนื่องด้วยความเร็วสูง เพราะช่วยลดการใช้แรงที่ไม่จำเป็น



 3. ทำไมมือซ้าย–ขวาถึงเสียงไม่เท่ากัน?


เพราะมือทั้งสองข้างอาจมี วิธีควบคุมไม้ที่ไม่เหมือนกัน โดยไม่รู้ตัว:


• มือข้างที่ถนัด อาจ ผ่อนคลายและจัดการ Rebound ได้เป็นธรรมชาติกว่า


• มือข้างที่ไม่ถนัด อาจ กำไม้แน่นกว่า ใช้แรงมากกว่า หรือควบคุมความสูงของไม้ไม่เท่ากับอีกข้างโดยไม่รู้ตัว


เมื่อไม้เคลื่อนที่ด้วยระยะทางและแรงที่ไม่เท่ากัน แรงกระทบหนังกลองจึงต่างกัน ทำให้เสียงออกมาไม่เท่ากัน เวลาฝึกเราจึงไม่ควรสนใจแค่จำนวนครั้งหรือความเร็ว แต่ต้อง "ฟังเสียง" ให้กลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกันครับ


 4. อย่ากำไม้แน่นเกินไป (Firm yet Relaxed)


เวลาเริ่มฝึกแล้วรู้สึกว่ายังตีไม่ถนัด หลายคนมักจะเผลอกำไม้แน่นขึ้น เพราะคิดว่าจะช่วยให้ควบคุมไม้ได้ดีขึ้น


แต่จริง ๆ แล้ว การกำแน่นเกินไปจะกั้นแรง Rebound ไม่ให้ทำงานได้อย่างเต็มที่ ไม้ไม่สามารถกระดอนได้อย่างอิสระ ส่งผลให้มือเกร็ง ข้อมือทำงานหนัก และยิ่งเพิ่มความเร็วก็ยิ่งเหนื่อย


หลักการจับไม้ที่ถูกต้อง: ไม่ใช่การกำให้แน่นที่สุด และไม่ใช่การจับหลวมเกินไปจนควบคุมไม้ไม่ได้ แต่คือการ จับให้มั่นคงและผ่อนคลายพอที่จะปล่อยให้ไม้เด้งกลับได้อย่างเป็นธรรมชาติ


 วิธีฝึกง่าย ๆ เพื่อความสม่ำเสมอ


ลองเริ่มจากความเร็วที่ช้ามากก่อน ตี R – L – R – L โดยยังไม่ต้องสนใจว่าจะเร็วแค่ไหน ให้โฟกัส 3 อย่างนี้แทน:


Sound Matching: ฟังว่าเสียง R และ L ดังเท่ากันหรือไม่


Height Control: ควบคุมระดับความสูงของปลายไม้ให้สม่ำเสมอ อย่าให้อีกมือยกสูงอีกมือยกต่ำโดยไม่รู้ตัว


Feel the Rebound: สัมผัสแรงกระดอน แล้วคุมไม้ต่อโดยไม่ฝืนดึงกลับด้วยแรงมากเกินไป


จากนั้นค่อย ๆ เพิ่มความเร็วทีละน้อย ถ้าเริ่มเร็วแล้วเสียงไม่เท่ากันหรือเริ่มเกร็ง ให้ลดความเร็วลงทันที เพราะเป้าหมายของการฝึกไม่ใช่ "ใครตีเร็วที่สุด" แต่คือ ตีให้เร็วโดยที่ยังควบคุมเสียงและการเคลื่อนไหวได้


 จำไว้นะครับ...


ความเร็วไม่ได้เกิดจากการใช้แรงมากขึ้นเสมอไป แต่เกิดจากการที่เรา ใช้แรงอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เมื่อเข้าใจ Rebound และรู้จักควบคุมไม้กลอง เราจะเริ่มใช้แรงน้อยลง แต่สามารถเล่นโน้ตได้มากขึ้น


จากที่เคยรู้สึกว่า "ทำไมยิ่งตีเร็วยิ่งเหนื่อย?" จะเริ่มเปลี่ยนเป็น "ทำไมตีเร็วขึ้น แต่กลับรู้สึกเบาลง?"


นี่คือความแตกต่างระหว่าง "การตีให้ได้เสียง" กับ "การควบคุมไม้กลอง"


 พื้นฐานที่ดีไม่ได้ทำให้เราแค่ตีเร็วขึ้น แต่ทำให้เราตีได้คม นิ่ง สม่ำเสมอ และควบคุมเสียงได้ตามที่ต้องการ


และนี่คือเหตุผลว่าทำไมใน Drum Course เราจึงไม่ได้สอนแค่ “ตีตามแบบฝึกหัด” แต่เน้นให้เข้าใจว่า ทำไมเราต้องตีแบบนั้น และ ร่างกายกับไม้กลองต้องทำงานร่วมกันอย่างไร


 เอกสารอ้างอิง


Percussive Arts Society (PAS) – 40 International Drum Rudiments


มาตรฐาน 40 PAS International Drum Rudiments ซึ่งประกอบด้วย Rudiments จากกลุ่ม Rolls, Paradiddles, Flams และ Drags รวมถึง Single Stroke Roll



Vic Firth – Beginner Drum Set Lessons: The Rebound Stroke


อธิบาย Rebound Stroke ซึ่งเรียกอีกชื่อว่า Free Stroke หรือ Natural Stroke โดยเน้นการปล่อยให้ไม้เด้งกลับอย่างเป็นธรรมชาติและลดความตึงของมือ



Drumeo – 5 Beginner Drumming Techniques You Need to Know


อธิบายการจับไม้แบบผ่อนคลาย การเล่นจากข้อมือ และการใช้ Rebound เพื่อช่วยประหยัดพลังงานและเพิ่มความคล่องตัวในการเล่น



 
 
 

Comments


bottom of page