"คุณค่าของเราอยู่ที่ใครมอง"
- Dr.Kasem THipayametrakul
- 1 day ago
- 1 min read

"คุณค่าของเราอยู่ที่ใครมอง"
ในห้องซ้อมดนตรีที่เงียบงัน
มีเสียงกลองหนึ่งใบวางนิ่งอยู่กลางห้อง
ไม่มีคนดู
ไม่มีไฟสปอตไลต์
ไม่มีเสียงปรบมือ
แต่หนังกลองยังตึง
โครงไม้ยังแข็งแรง
และมันยัง “เป็นกลอง” อย่างสมบูรณ์
คำถามคือ
ถ้าไม่มีใครตีมันเลย
มันยังมีคุณค่าอยู่หรือไม่
มนุษย์เราไม่ต่างจากกลองใบนั้น
เราถูกสอนให้วิ่งหาคะแนน
วิ่งหารางวัล
วิ่งหาคำชม
ตั้งแต่วัยเด็กจนโต
สายตาของคนอื่นกลายเป็นเครื่องชั่งน้ำหนัก
ที่เรานำชีวิตทั้งชีวิตไปวางไว้บนนั้น
เมื่อเขาชม เราสูงขึ้น
เมื่อเขาติ เราหดเล็กลง
เราเผลอเชื่อว่า
คุณค่าของเราถูกกำหนดด้วยเสียงปรบมือ
แต่เสียงปรบมือ
ไม่เคยเป็นแก่นแท้ของเสียงดนตรี
คุณค่าที่แท้จริง
ไม่ใช่สิ่งที่ถูกประกาศ
แต่คือสิ่งที่ดำรงอยู่
ก่อนที่ใครจะรู้จักชื่อเรา
ก่อนที่ใครจะยอมรับเรา
ก่อนที่โลกจะเห็นเรา
เรา “เป็น” บางอย่างอยู่แล้ว
ต้นไม้ไม่ต้องมีคนยกย่อง
จึงจะมีค่าในความเป็นต้นไม้
พระอาทิตย์ไม่ต้องมีคำชม
จึงจะมีค่าในความเป็นแสง
มนุษย์ก็เช่นกัน
คุณค่าภายใน
คือความซื่อสัตย์ต่อสิ่งที่เราเชื่อ
คือการทำหน้าที่ของตนอย่างเต็มกำลัง
แม้ไม่มีใครเห็น
แม้ไม่มีใครเข้าใจ
นี่คือคุณค่าที่ไม่ผันผวนตามอารมณ์ของสังคม
แต่เราก็อยู่คนเดียวไม่ได้
สังคมคือกระจก
และกระจกบางบานก็ทำให้เราเห็นรอยฝุ่น
ที่ตัวเองมองไม่เห็น
คำวิจารณ์บางคำ
คือครูที่เข้มงวด
คำแนะนำบางประโยค
คือสะพานที่พาเราข้ามข้อจำกัดของตนเอง
ดังนั้น
สายตาของคนอื่นจึงไม่ใช่ศัตรู
แต่ไม่ควรเป็นเจ้าของชีวิตเรา
เพราะถ้าเราใช้สายตาคนอื่นเป็นศูนย์กลาง
เราจะกลายเป็นเงา
ที่เปลี่ยนรูปร่างตามแสงที่ส่องมา
วันนี้เขาชอบ เราเป็นแบบหนึ่ง
พรุ่งนี้เขาไม่ชอบ เราเป็นอีกแบบหนึ่ง
ชีวิตเช่นนั้น
อาจได้รับการยอมรับ
แต่ไม่เคยได้รับความสงบ
คุณค่าที่มั่นคง
ต้องมีแกนกลางอยู่ภายใน
เมื่อแกนนั้นชัดเจน
คำชมจะกลายเป็นกำลังใจ
ไม่ใช่ยาเสพติด
คำตำหนิจะกลายเป็นข้อมูล
ไม่ใช่คำพิพากษา
คนที่รู้คุณค่าของตัวเอง
ไม่จำเป็นต้องตะโกน
และไม่จำเป็นต้องหลบซ่อน
เขายืนอยู่ตรงนั้น
อย่างเรียบง่าย
แต่หนักแน่น
ในห้องซ้อมดนตรีอีกครั้ง
เด็กคนหนึ่งตีจังหวะผิด
ไม่มีใครหัวเราะ
ไม่มีใครปรบมือ
เขาหยุด
สูดลมหายใจ
แล้วเริ่มใหม่
ในวินาทีนั้น
ไม่มีสายตาของใครกำหนดเขา
มีเพียงความซื่อสัตย์ต่อเสียงในใจ
ที่บอกว่า
“ฉันจะทำให้ดีกว่านี้”
และนั่นเอง
คือคุณค่าที่แท้จริง
โลกอาจเป็นผู้ให้ “ราคา”
แต่มีเพียงเราเท่านั้น
ที่ให้ “คุณค่า”
ราคาเปลี่ยนแปลงได้
ตามฤดูกาลของความนิยม
แต่คุณค่า
ถ้าฝังรากลึกพอ
จะไม่สั่นไหวตามลม
ดังนั้น
คุณค่าของเราไม่ได้อยู่ที่ตัวเรามองเพียงอย่างเดียว
และไม่ได้อยู่ที่คนอื่นมองเพียงอย่างเดียว
มันเริ่มจากข้างใน
และเติบโตท่ามกลางสายตาของโลก
แต่รากของมัน
ต้องอยู่ในดินของหัวใจเราเอง
------
อ.ดร.เกษม ทิพยเมธากุล



Comments